คอมพิวเตอร์คืออะไร
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (electrinic device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือการที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้ (programmable) นั่นคือคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใดก็ตาม เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทำงานพื้นฐาน 4 อย่าง (IPOS cycle) คือ
รับข้อมูล (Input) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการรับข้อมูลจากหน่วยรับข้อมูล (input unit) เช่น คีบอร์ด หรือ เมาส์
ประมวลผล (Processing) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลกับข้อมูล เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปอื่นตามที่ต้องการ
แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอร์จะให้ผลลัพธ์จากการประมวลผลออกมายังหน่วยแสดงผลลัพธ์ (output unit) เช่น เครื่องพิมพ์ หรือจอภาพ
เก็บข้อมูล (Storage) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการเก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ในอนาคต
วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2550
คำตอบ
ข้อสอบเพื่อวัดกระบวนการการเรียนรู้และความเข้าใจ
ข้อสอบเพื่อวัดกระบวนการการเรียนรู้และความเข้าใจข้อสอบนี้จะถูกปลดลงในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๐ เวลา ๐๑ :๐๐ นาฬิกา (หลังเที่ยงคืนวันเสาร์ที่ ๒๔)CD 493 C Understanding Design & Conceptวิชาความเข้าใจในแกนความคิดและศิลปะการนำเสนอ
สนิทวงศ์ พรพุทธศรี ID 1470803998
คำถามข้อที่ ๑ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน หากนักศึกษาจำเป็นที่จะต้อง
อธิบายให้กับบุคคลทั่วไปเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างคอนเซ็ปท์และไอเดีย นักศึกษาจะมีวิธีการอย่างไรในการอธิบายอย่างกระชับและแยบยล เพื่อให้สามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายๆ และถูกต้อง
คำตอบข้อที่ ๑ คอนเซ็ปท์ คือ แนวความคิดที่เป็นนามธรรมเพื่อที่จะสนองความต้องการของมนุษย์และไอเดีย คือ ส่วนที่จะทำให้คอนเซ็ปท์เป็นรูปธรรมขึ้นอยู่กับไอเดียนั้นๆว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ไอเดียจะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ความรู้ที่สะสมมา ไอเดียก็มีความสำคัญกับคอนเซ็ปท์เพราะถ้าไม่เกิดไอเดียคอนเซ็ปท์ก็จะไม่ถูกทำให้เกิดเป็นรูปธรรมที่สามารถใช้สัมผัสทั้ง 5 จับต้องได้ แต่ถ้าไม่มีคอนเซ็ปท์ไอเดียก็จะไม่เกิดดังนั้นคอนเซ็ปท์กับไอเดียมีความสำคัญต่อกัน
คำถามข้อที่ ๒ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนจงอธิบายและให้คำจำกัดความของการเปลี่ยนแปลงสถานะของคอนเซ็ปท์ ยกตัวอย่างที่สามารถเสนอการนำไปใช้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม โดยใช้หลักการที่ได้เรียนรู้จากการบรรยายในวิชานี้ตอบคำถามอย่างเป็นเหตุและผล
คำตอบข้อที่ ๒ การเปลี่ยนแปลงสถานะของคอนเซ็ปท์คือการจำกัดความของคอนเซ็ปท์ในวงที่กว้างขึ้น เช่น กางเกงที่ถูกนำมาเย็บเป็นกระเป๋า กางเกง คอนเซ็ปท์คือเครื่องนุ่งห่ม แต่กระเป๋า คอนเซ็ปท์คือไว้ใส่สิ่งของสำภาระ คือของสิ่งเดียวกันแต่ถูกเปลี่ยนแปลงสถานะของคอนเซ็ปท์ให้เปลี่ยนเป็นอีกรูปแบบ
คำถามข้อที่ ๓ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนศิลปะและการออกแบบมีข้อแตกต่างกันอย่างไร จากเหตุผลส่วนตัวของนักศึกษา งานฝีมือนับว่าเป็นงานออกแบบได้หรือไม่
คำตอบข้อที่ ๓ ศิลปะคือการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เกิดความสวยงามมากกว่าความเข้าใจ แต่การออกแบบก็เป็นการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อความสวยงามและสอดคล้องกับความต้องการของมนุษย์โดยจะเน้นเรื่องความเข้าใจที่ตรงกัน งานฝีมือก็ขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ของงานชิ้นนั้นถูกทำขึ้นมาเพื่อความสวยงามอย่างเดียวหรือเพื่อการสนองความต้องการของมนุษย์
คำถามข้อที่ ๔ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนไอคอน (Icon) คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร กรุณาอธิบายให้ง่ายและกระชับสำหรับผู้ที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้มาก่อน
คำตอบข้อที่ ๔ ไอคอนคือความเข้าใจที่ตรงกันของคนส่วนใหญ่อย่างเช่นศูนย์รวมวัยรุ่นของกรุงเทพ ไอคอนก็คือ Siamcenterpoint เกิดขึ้นเพราะว่าที่ Siamcenterpoint คนส่วนใหญ่ที่นั้นก็จะเป็นวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นของที่ขายหรืออะไรต่างๆก็จะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นและวัยรุ่นก็ให้ความสนใจกับที่ Siamcenterpoint ดังนั้น Siamcenterpoint จึงเกิดการจดจำว่าเป็นศูนย์รวยวัยรุ่น
คำถามข้อที่ ๗ คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนในกรณีที่คอนเซ็ปท์ในงานออกแบบบางชิ้นเป็นแกนแข็งแรงและนิ่งอยู่แล้ว จะส่งผลอย่างไรกับไอเดีย ยกตัวอย่างประกอบเพื่อแสดงความเข้าใจ ต้องการตัวอย่างเชิงเปรียบเทียบระหว่างงานออกแบบที่แกนนิ่ง และงานออกแบบที่แกนคอนเซ็ปท์ยังคงสามารถปรับกับไอเดียได้อยู่ตลอดเวลา
คำตอบข้อที่ ๗ ส่งผลเพราะแกนที่แข็งแรงและนิ่งอยู่แล้วจะมีไอเดียที่นิ่งด้วยเช่นกัน ตัวอย่างคือไส้แม็กเย็บกระดาษ แม็กเย็บกระดาษ คลิปหนีบกระดาษ ดินสอไม้ สิ่งของเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะหน้าที่เป็นอย่างอื่นได้ ทำยังไงมันก็เป็น ไส้แม็กเย็บกระดาษ แม็กเย็บกระดาษ คลิปหนีบกระดาษ ดินสอไม้ เมื่อมาเปรียบเทียบกับ คอนเซ็ปท์ของภาหนะ ก็จะมีหลายแบบแล้วยังถูกพัฒนาอยู่เลื่อยๆ เช่น เครื่องบิน รถเก๋ง รถไฟ ปัจจุบันนี้ก็มีการพัฒนาต่อไปเลื่อยๆภาหนะก็ยังคงสามารถปรับไอเดียได้อยู่ตลอดเวลา
กลุ่มคำถามเชิงวิเคราะห์ และสังเคราะห์จงเลือกตอบคำถามเพียง ๓ ข้อจากกลุ่มคำถามต่อไปนี้คะแนนเต็มในหมวดคำถามนี้คือ ๕๐ คะแนน
คำถามข้อที่ ๑ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนจงอธิบายความแตกต่างระหว่างคอนเซ็ปท์ของตู้กับข้าวและตู้เย็น ทั้งสองอยู่บนคอนเซ็ปท์เดียวกันหรือไม่ หากนักศึกษาคิดว่าทั้งสองสิ่งอยู่บนคอนเซ็ปท์เดียวกัน กรุณาแจกแจงเหตุและผลอย่างเป็นขั้นตอน
คำตอบข้อที่ ๑ ตู้กับข้าวอยู่บนคอนเซ็ปท์ของตู้เก็บอาหาร แต่ตู้เย็นอยู่บนคอนเซ็ปท์ของตู้เก็บความเย็นซึ่งก็สามารถเก็บอาหารได้ด้วยเหมือนกันแต่ตู้เย็นสามารถเก็บอาหารหรือสิ่งของที่เราต้องการจะให้อยู่นานๆได้หมดทุกอย่าง
คำถามข้อที่ ๓คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนการเปลี่ยนแปลงของโทรศัพท์จากระบบแอนนาลอคมาสู่ระบบดิจิตอล มีข้อสังเกตุที่น่าสนใจอย่างไร? ตอบโดยใช้ฐานความรู้เรื่องคอนเซ็ปท์ และไอเดีย ที่ได้เรียนจากห้องเรียนมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์ เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีผลต่อการออกแบบเพื่อการสื่อสาร (Communication Design) อย่างไร ?
คำตอบข้อที่ ๓ มีข้อสงเกตุทั้งสองอย่างนี้มาจากคอนเซ็ปท์เดียวกันแต่ระบบดิจิตอลมีไอเดียใหม่ที่มาพัฒนาให้เกิดการตอบสนองของมนุษย์มากขึ้น ระบบแอนนาลอคจะเป็นแบบมีสายมีระบบการจัดการที่ใหญ่กว่าระบบดิจิตอล ระบบดิจิตอลมีความสะดวกกว่าเพราะไร้สายแบบมีระบบการจัดการที่เล็กกว่าเหมาะแก่การพกพามากกว่าและมีระบบต่างๆที่มีมากว่าระบบแอนนาลอค เทคโนโลยีการสื่อสารที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีผลต่อการออกแบบเพื่อการสื่อสารในเรื่องของการเรียนรู้การศึกษาผ่านทางอินเตอร์เน็ตง่ายต่อการที่จะต้องออกไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อที่จะศึกษาการศึกษาผ่านทางอินเตอร์เน็ตเป็นการศึกษาผ่านโลกไร้พรมแดน
คำถามข้อที่ ๔ คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนจงเปรียบเทียบระหว่างการพูดและการเขียน (Speech VS Writing) อธิบายด้วยความเข้าใจจากองค์ประกอบต่างๆที่ได้จากการเรียนในวิชานี้
คำตอบข้อที่ ๔ การพูดคือการที่สนทนาระหว่างบุคคล พูดโดยที่โต้ตอบสนทนากันด้วยการตอบสนองในขณะนั้นโดยที่อาจจะไม่มีการเรียบเรียงคำพูดที่ใช้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ได้สะสมมาว่าจะพูดออกไปในลักษณะไหนการพูดจะเกิดขึ้นก่อนการเขียนเราจะเรียนรู้การพูดได้ก่อนการเขียนและการเขียนก็จะมาจากการที่จะจดบันทึกหรือขีดเขียน การเขียนจะต้องมีอุปกรณ์ในการเขียน การเขียนจะมีองค์ประกอบในหลายๆด้าน ในเรื่องของการเรียบเรียงคำพูดเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ ในเรื่องของความถนัดในการเขียน ในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้เขียน การเขียนเป็นวิธีจดบันทึกเรื่องราวเก็บไว้ดูแต่การพูดไม่สามารถจะนำกลับมาฟังใหม่ได้นอกจากจะมีเครื่องบันทึกที่เราสามารถจะนำกลับมาฟังใหม่ได้ เราจะได้เรียนรู้การเขียนหลังจากที่เราได้เรียนรู้การพูดได้
ข้อสอบเพื่อวัดกระบวนการการเรียนรู้และความเข้าใจข้อสอบนี้จะถูกปลดลงในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๐ เวลา ๐๑ :๐๐ นาฬิกา (หลังเที่ยงคืนวันเสาร์ที่ ๒๔)CD 493 C Understanding Design & Conceptวิชาความเข้าใจในแกนความคิดและศิลปะการนำเสนอ
สนิทวงศ์ พรพุทธศรี ID 1470803998
คำถามข้อที่ ๑ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน หากนักศึกษาจำเป็นที่จะต้อง
อธิบายให้กับบุคคลทั่วไปเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างคอนเซ็ปท์และไอเดีย นักศึกษาจะมีวิธีการอย่างไรในการอธิบายอย่างกระชับและแยบยล เพื่อให้สามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายๆ และถูกต้อง
คำตอบข้อที่ ๑ คอนเซ็ปท์ คือ แนวความคิดที่เป็นนามธรรมเพื่อที่จะสนองความต้องการของมนุษย์และไอเดีย คือ ส่วนที่จะทำให้คอนเซ็ปท์เป็นรูปธรรมขึ้นอยู่กับไอเดียนั้นๆว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ไอเดียจะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ความรู้ที่สะสมมา ไอเดียก็มีความสำคัญกับคอนเซ็ปท์เพราะถ้าไม่เกิดไอเดียคอนเซ็ปท์ก็จะไม่ถูกทำให้เกิดเป็นรูปธรรมที่สามารถใช้สัมผัสทั้ง 5 จับต้องได้ แต่ถ้าไม่มีคอนเซ็ปท์ไอเดียก็จะไม่เกิดดังนั้นคอนเซ็ปท์กับไอเดียมีความสำคัญต่อกัน
คำถามข้อที่ ๒ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนจงอธิบายและให้คำจำกัดความของการเปลี่ยนแปลงสถานะของคอนเซ็ปท์ ยกตัวอย่างที่สามารถเสนอการนำไปใช้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม โดยใช้หลักการที่ได้เรียนรู้จากการบรรยายในวิชานี้ตอบคำถามอย่างเป็นเหตุและผล
คำตอบข้อที่ ๒ การเปลี่ยนแปลงสถานะของคอนเซ็ปท์คือการจำกัดความของคอนเซ็ปท์ในวงที่กว้างขึ้น เช่น กางเกงที่ถูกนำมาเย็บเป็นกระเป๋า กางเกง คอนเซ็ปท์คือเครื่องนุ่งห่ม แต่กระเป๋า คอนเซ็ปท์คือไว้ใส่สิ่งของสำภาระ คือของสิ่งเดียวกันแต่ถูกเปลี่ยนแปลงสถานะของคอนเซ็ปท์ให้เปลี่ยนเป็นอีกรูปแบบ
คำถามข้อที่ ๓ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนศิลปะและการออกแบบมีข้อแตกต่างกันอย่างไร จากเหตุผลส่วนตัวของนักศึกษา งานฝีมือนับว่าเป็นงานออกแบบได้หรือไม่
คำตอบข้อที่ ๓ ศิลปะคือการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เกิดความสวยงามมากกว่าความเข้าใจ แต่การออกแบบก็เป็นการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อความสวยงามและสอดคล้องกับความต้องการของมนุษย์โดยจะเน้นเรื่องความเข้าใจที่ตรงกัน งานฝีมือก็ขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ของงานชิ้นนั้นถูกทำขึ้นมาเพื่อความสวยงามอย่างเดียวหรือเพื่อการสนองความต้องการของมนุษย์
คำถามข้อที่ ๔ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนไอคอน (Icon) คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร กรุณาอธิบายให้ง่ายและกระชับสำหรับผู้ที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้มาก่อน
คำตอบข้อที่ ๔ ไอคอนคือความเข้าใจที่ตรงกันของคนส่วนใหญ่อย่างเช่นศูนย์รวมวัยรุ่นของกรุงเทพ ไอคอนก็คือ Siamcenterpoint เกิดขึ้นเพราะว่าที่ Siamcenterpoint คนส่วนใหญ่ที่นั้นก็จะเป็นวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นของที่ขายหรืออะไรต่างๆก็จะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นและวัยรุ่นก็ให้ความสนใจกับที่ Siamcenterpoint ดังนั้น Siamcenterpoint จึงเกิดการจดจำว่าเป็นศูนย์รวยวัยรุ่น
คำถามข้อที่ ๗ คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนในกรณีที่คอนเซ็ปท์ในงานออกแบบบางชิ้นเป็นแกนแข็งแรงและนิ่งอยู่แล้ว จะส่งผลอย่างไรกับไอเดีย ยกตัวอย่างประกอบเพื่อแสดงความเข้าใจ ต้องการตัวอย่างเชิงเปรียบเทียบระหว่างงานออกแบบที่แกนนิ่ง และงานออกแบบที่แกนคอนเซ็ปท์ยังคงสามารถปรับกับไอเดียได้อยู่ตลอดเวลา
คำตอบข้อที่ ๗ ส่งผลเพราะแกนที่แข็งแรงและนิ่งอยู่แล้วจะมีไอเดียที่นิ่งด้วยเช่นกัน ตัวอย่างคือไส้แม็กเย็บกระดาษ แม็กเย็บกระดาษ คลิปหนีบกระดาษ ดินสอไม้ สิ่งของเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะหน้าที่เป็นอย่างอื่นได้ ทำยังไงมันก็เป็น ไส้แม็กเย็บกระดาษ แม็กเย็บกระดาษ คลิปหนีบกระดาษ ดินสอไม้ เมื่อมาเปรียบเทียบกับ คอนเซ็ปท์ของภาหนะ ก็จะมีหลายแบบแล้วยังถูกพัฒนาอยู่เลื่อยๆ เช่น เครื่องบิน รถเก๋ง รถไฟ ปัจจุบันนี้ก็มีการพัฒนาต่อไปเลื่อยๆภาหนะก็ยังคงสามารถปรับไอเดียได้อยู่ตลอดเวลา
กลุ่มคำถามเชิงวิเคราะห์ และสังเคราะห์จงเลือกตอบคำถามเพียง ๓ ข้อจากกลุ่มคำถามต่อไปนี้คะแนนเต็มในหมวดคำถามนี้คือ ๕๐ คะแนน
คำถามข้อที่ ๑ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนจงอธิบายความแตกต่างระหว่างคอนเซ็ปท์ของตู้กับข้าวและตู้เย็น ทั้งสองอยู่บนคอนเซ็ปท์เดียวกันหรือไม่ หากนักศึกษาคิดว่าทั้งสองสิ่งอยู่บนคอนเซ็ปท์เดียวกัน กรุณาแจกแจงเหตุและผลอย่างเป็นขั้นตอน
คำตอบข้อที่ ๑ ตู้กับข้าวอยู่บนคอนเซ็ปท์ของตู้เก็บอาหาร แต่ตู้เย็นอยู่บนคอนเซ็ปท์ของตู้เก็บความเย็นซึ่งก็สามารถเก็บอาหารได้ด้วยเหมือนกันแต่ตู้เย็นสามารถเก็บอาหารหรือสิ่งของที่เราต้องการจะให้อยู่นานๆได้หมดทุกอย่าง
คำถามข้อที่ ๓คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนการเปลี่ยนแปลงของโทรศัพท์จากระบบแอนนาลอคมาสู่ระบบดิจิตอล มีข้อสังเกตุที่น่าสนใจอย่างไร? ตอบโดยใช้ฐานความรู้เรื่องคอนเซ็ปท์ และไอเดีย ที่ได้เรียนจากห้องเรียนมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์ เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีผลต่อการออกแบบเพื่อการสื่อสาร (Communication Design) อย่างไร ?
คำตอบข้อที่ ๓ มีข้อสงเกตุทั้งสองอย่างนี้มาจากคอนเซ็ปท์เดียวกันแต่ระบบดิจิตอลมีไอเดียใหม่ที่มาพัฒนาให้เกิดการตอบสนองของมนุษย์มากขึ้น ระบบแอนนาลอคจะเป็นแบบมีสายมีระบบการจัดการที่ใหญ่กว่าระบบดิจิตอล ระบบดิจิตอลมีความสะดวกกว่าเพราะไร้สายแบบมีระบบการจัดการที่เล็กกว่าเหมาะแก่การพกพามากกว่าและมีระบบต่างๆที่มีมากว่าระบบแอนนาลอค เทคโนโลยีการสื่อสารที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีผลต่อการออกแบบเพื่อการสื่อสารในเรื่องของการเรียนรู้การศึกษาผ่านทางอินเตอร์เน็ตง่ายต่อการที่จะต้องออกไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อที่จะศึกษาการศึกษาผ่านทางอินเตอร์เน็ตเป็นการศึกษาผ่านโลกไร้พรมแดน
คำถามข้อที่ ๔ คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนจงเปรียบเทียบระหว่างการพูดและการเขียน (Speech VS Writing) อธิบายด้วยความเข้าใจจากองค์ประกอบต่างๆที่ได้จากการเรียนในวิชานี้
คำตอบข้อที่ ๔ การพูดคือการที่สนทนาระหว่างบุคคล พูดโดยที่โต้ตอบสนทนากันด้วยการตอบสนองในขณะนั้นโดยที่อาจจะไม่มีการเรียบเรียงคำพูดที่ใช้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ได้สะสมมาว่าจะพูดออกไปในลักษณะไหนการพูดจะเกิดขึ้นก่อนการเขียนเราจะเรียนรู้การพูดได้ก่อนการเขียนและการเขียนก็จะมาจากการที่จะจดบันทึกหรือขีดเขียน การเขียนจะต้องมีอุปกรณ์ในการเขียน การเขียนจะมีองค์ประกอบในหลายๆด้าน ในเรื่องของการเรียบเรียงคำพูดเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ ในเรื่องของความถนัดในการเขียน ในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้เขียน การเขียนเป็นวิธีจดบันทึกเรื่องราวเก็บไว้ดูแต่การพูดไม่สามารถจะนำกลับมาฟังใหม่ได้นอกจากจะมีเครื่องบันทึกที่เราสามารถจะนำกลับมาฟังใหม่ได้ เราจะได้เรียนรู้การเขียนหลังจากที่เราได้เรียนรู้การพูดได้
วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
"โฟม" ?
"โฟม" เป็นคำที่รู้จักกันทั่วไปซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีความหมายกว้างมาก หากพิจารณาตามคำแปลหมายถึง "ฟู"
โฟมในที่นี้หมายถึงพลาสติกที่ฟูหรือขยายตัว พลาสติกมากมายหลายประเภท และในบรรดาพลาสติกหลายประเภท ที่มีในโลกนั้น
หากผ่านกระบวนการที่ใช้สารขยายตัว (Blowing Agent) ก็จะทำให้พลาสติกนั้นกลายเป็นโฟมได้ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า Foam Plastic
ตัวอย่างของโฟมพลาสติกที่รู้จักกันทั่วไป เช่น ฟองน้ำ กล่องโฟมใส่อาหาร โฟมแผ่น โฟมฉีดพ่นเพื่อเป็นฉนวน เป็นต้น
ซึ่งโฟมพลาสติกเหล่านี้ล้วนแต่ผลิตจากพลาสติกแตกต่างประเภทกันไป
ในที่นี้จะหมายถึงโฟมที่ผลิตจากพลาสติกประเภท Polystyrene / PS เท่านั้น ซึ่งใช้ทำกล่องโฟมใส่อาหาร และ โฟมลอยกระทง เป็นต้น ซึ่งโฟมพลาสติกประเภท Polystyrene / PS มี 2 ประเภทหลักคือ1. Expandable Polystyrene / EPS ซึ่งใช้บรรจุสินค้ามีค่าต่างๆ เช่น โทรศัพท์ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า และ หมวกกันน็อค โฟมกล่องน้ำแข็ง รวมถึงโฟมแผ่นและโฟมก้อนที่ใช้ทำถนนเป็นต้น
2. Polystyrene Paper / PSP ที่ใช้ทำถาดหรือกล่องโฟมบรรจุอาหารกระบวนการผลิตโฟมเป็นอย่างไร1. Expandable Polystyrene / EPS คือโฟม PS ที่ใช้ก๊าซ Pentane (C5H12) ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับ ก๊าซหุงต้ม หรือ Butane (C4H10) เป็นสารที่ทำให้ขยายตัว (Blowing Agent) ในระหว่างกระบวนการผลิตที่เรียกว่า Polymerization เนื้อพลาสติก PS จะทำปฎิกิริยา กักเก็บก๊าซ Pentane เอาไว้ภายใน เมื่อนำมาผลิตโฟม EPS วัตถุดิบจะขยายตัวเมื่อได้ความร้อนจากไอน้ำ (Steam) กลายเป็นเม็ดโฟมขาวๆ จากนั้นจึงนำไปขึ้นรูป (Molding) ซึ่งมี 2 ลักษณะคือ - อัดขึ้นรูปเป็นรูปร่างต่างๆ ตามลักษณะแม่พิมพ์ที่ทำ (Shape Molding) เช่น เป็นกล่องน้ำแข็ง และบรรจุภัณฑ์ ต่างๆ - อัดขึ้นรูปเป็นก้อนสี่เหลี่ยม ( Block Molding) แล้วนำมาตัดตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ โดยทั่วไป โฟม EPS จะขยายตัวประมาณ 50เท่า และเมื่อขยายตัวแล้วจะมีอากาศเข้ามาแทนที่ถึง 98 % ของปริมาตร มีเพียง 2 % เท่านั้นที่เป็นเนื้อพลาสติก PS และนี่คือสาเหตุที่ทำให้โฟมมีขนาดใหญ่แต่กลับมีน้ำหนักเบาคุณลักษณะนี้เองที่ทำให้โฟม EPS สามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างดี เหมาะสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้า และยังรองรับการถ่ายเทน้ำหนักในแนวดิ่งโดยไม่เสียรูปทรง จึงสามารถใช้เป็นวัสดุในการทำถนน เพื่อแก้ปัญหาถนนทรุด และยังใช้เป็นฉนวนรักษาความร้อนและเย็น เนื่องจากอากาศที่มีอยู่ภายในถึง 98 % ทำหน้าที่เป็นฉนวนได้อย่างดี2. Polystyrene Paper / PSP คือโฟม PS ที่ใช้ก๊าซหุงต้มหรือ Butane (C4H10) เป็นสารที่ทำให้ขยายตัว วัตถุดิบที่ใช้ ก็คือเม็ดพลาสติก PS ทั่วไป ซึ่งเข้าสู่ระบบการฉีดโดยใช้สกรูซึ่งมีความร้อนจากไฟฟ้าเช่นเดียวกับ การฉีดพลาสติกทั่วไป(Screw Extrusion) เมื่อเม็ดพลาสติก PS ผ่านสกรูความร้อนก็จะหลอมตัว ขณะที่จะออกจากปลายสกรูก็จะถูกฉีดก๊าซ Butane (C4H10) ซึ่งก็คือแก๊สหุงต้มที่ใช้ตามครัวเรือนผสมเข้าไปทำปฎิกิริยาให้พลาสติกที่กำลังหลอมนั้นเกิดการขยายตัวประมาณ 20 เท่า ฉีดออกเป็นแผ่นแล้วม้วนเข้าคล้ายม้วนกระดาษ (จึงเรียกว่า Polystyrene Paper / PSP) จากนั้นก็จะนำม้วนโฟม PSP ที่ได้ ไปขึ้นรูปด้วยความร้อนตามลักษณะแม่พิมพ์ (Thermal Forming) เช่นเป็นกล่องใส่อาหารหรือถาดเป็นต้น
โฟมในที่นี้หมายถึงพลาสติกที่ฟูหรือขยายตัว พลาสติกมากมายหลายประเภท และในบรรดาพลาสติกหลายประเภท ที่มีในโลกนั้น
หากผ่านกระบวนการที่ใช้สารขยายตัว (Blowing Agent) ก็จะทำให้พลาสติกนั้นกลายเป็นโฟมได้ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า Foam Plastic
ตัวอย่างของโฟมพลาสติกที่รู้จักกันทั่วไป เช่น ฟองน้ำ กล่องโฟมใส่อาหาร โฟมแผ่น โฟมฉีดพ่นเพื่อเป็นฉนวน เป็นต้น
ซึ่งโฟมพลาสติกเหล่านี้ล้วนแต่ผลิตจากพลาสติกแตกต่างประเภทกันไป
ในที่นี้จะหมายถึงโฟมที่ผลิตจากพลาสติกประเภท Polystyrene / PS เท่านั้น ซึ่งใช้ทำกล่องโฟมใส่อาหาร และ โฟมลอยกระทง เป็นต้น ซึ่งโฟมพลาสติกประเภท Polystyrene / PS มี 2 ประเภทหลักคือ1. Expandable Polystyrene / EPS ซึ่งใช้บรรจุสินค้ามีค่าต่างๆ เช่น โทรศัพท์ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า และ หมวกกันน็อค โฟมกล่องน้ำแข็ง รวมถึงโฟมแผ่นและโฟมก้อนที่ใช้ทำถนนเป็นต้น
2. Polystyrene Paper / PSP ที่ใช้ทำถาดหรือกล่องโฟมบรรจุอาหารกระบวนการผลิตโฟมเป็นอย่างไร1. Expandable Polystyrene / EPS คือโฟม PS ที่ใช้ก๊าซ Pentane (C5H12) ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับ ก๊าซหุงต้ม หรือ Butane (C4H10) เป็นสารที่ทำให้ขยายตัว (Blowing Agent) ในระหว่างกระบวนการผลิตที่เรียกว่า Polymerization เนื้อพลาสติก PS จะทำปฎิกิริยา กักเก็บก๊าซ Pentane เอาไว้ภายใน เมื่อนำมาผลิตโฟม EPS วัตถุดิบจะขยายตัวเมื่อได้ความร้อนจากไอน้ำ (Steam) กลายเป็นเม็ดโฟมขาวๆ จากนั้นจึงนำไปขึ้นรูป (Molding) ซึ่งมี 2 ลักษณะคือ - อัดขึ้นรูปเป็นรูปร่างต่างๆ ตามลักษณะแม่พิมพ์ที่ทำ (Shape Molding) เช่น เป็นกล่องน้ำแข็ง และบรรจุภัณฑ์ ต่างๆ - อัดขึ้นรูปเป็นก้อนสี่เหลี่ยม ( Block Molding) แล้วนำมาตัดตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ โดยทั่วไป โฟม EPS จะขยายตัวประมาณ 50เท่า และเมื่อขยายตัวแล้วจะมีอากาศเข้ามาแทนที่ถึง 98 % ของปริมาตร มีเพียง 2 % เท่านั้นที่เป็นเนื้อพลาสติก PS และนี่คือสาเหตุที่ทำให้โฟมมีขนาดใหญ่แต่กลับมีน้ำหนักเบาคุณลักษณะนี้เองที่ทำให้โฟม EPS สามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างดี เหมาะสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้า และยังรองรับการถ่ายเทน้ำหนักในแนวดิ่งโดยไม่เสียรูปทรง จึงสามารถใช้เป็นวัสดุในการทำถนน เพื่อแก้ปัญหาถนนทรุด และยังใช้เป็นฉนวนรักษาความร้อนและเย็น เนื่องจากอากาศที่มีอยู่ภายในถึง 98 % ทำหน้าที่เป็นฉนวนได้อย่างดี2. Polystyrene Paper / PSP คือโฟม PS ที่ใช้ก๊าซหุงต้มหรือ Butane (C4H10) เป็นสารที่ทำให้ขยายตัว วัตถุดิบที่ใช้ ก็คือเม็ดพลาสติก PS ทั่วไป ซึ่งเข้าสู่ระบบการฉีดโดยใช้สกรูซึ่งมีความร้อนจากไฟฟ้าเช่นเดียวกับ การฉีดพลาสติกทั่วไป(Screw Extrusion) เมื่อเม็ดพลาสติก PS ผ่านสกรูความร้อนก็จะหลอมตัว ขณะที่จะออกจากปลายสกรูก็จะถูกฉีดก๊าซ Butane (C4H10) ซึ่งก็คือแก๊สหุงต้มที่ใช้ตามครัวเรือนผสมเข้าไปทำปฎิกิริยาให้พลาสติกที่กำลังหลอมนั้นเกิดการขยายตัวประมาณ 20 เท่า ฉีดออกเป็นแผ่นแล้วม้วนเข้าคล้ายม้วนกระดาษ (จึงเรียกว่า Polystyrene Paper / PSP) จากนั้นก็จะนำม้วนโฟม PSP ที่ได้ ไปขึ้นรูปด้วยความร้อนตามลักษณะแม่พิมพ์ (Thermal Forming) เช่นเป็นกล่องใส่อาหารหรือถาดเป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)